พ.ต.ท.ศันสนะ แก้วทับทิม รองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการดำเนินคดีแชร์ไอโฟน กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยอัญสัมชัญ(เอแบค) 25. คน ถูกฉ้อโกงให้ร่วมลงทุนแชร์โทรศัพท์ไอโฟน 5. มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ว่า แม้พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะสรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหาต่ออัยการไปแล้ว 1 คน คือนาย พฤติ จารุโภคกุล แต่ดีเอสไอจะยังคงขยายผลถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการได้รับผลประโยชน์จากทรัพย์ที่ได้มาจากการฉ้อโกง
จากการสอบสวนเบื้องตนในส่วนของลูกจ้างและในครอบครัว โดยเฉพาะบิดานายพฤติ ได้ให้การปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นกับธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์ไอโฟนของลูกชาย นอกจากนี้ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลใกล้ชิดแต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเงินถูกถ่ายโอนไปยังบุคคลใดบ้าง
ทั้งนี้ดีเอสไอได้ ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปละปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินจากเอกสารข้อมูลทางการ เงิน(stagement) ควบคู่กับดีเอสไอที่ ต้องติดตามเส้นทางการเงินจากทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ต้องหาทั้งบัญชีธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ หลายรายการ โดยเบื้องต้นผู้เสียหายแต่ละรายมีหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหา ชัดเจนซึ่งดีเอสไอจะต้องตรวจสอบให้ได้ว่ามีการถอนเงินออกไปไว้ที่ใด
“ขณะนี้ดีเอสไอยัง ไม่มีหลักฐานว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นอีกหรือไม่ แต่หากพบว่ามีผู้ใดได้รับผลประโยชน์จากทรัพย์ที่ได้มาจากการฉ้อโกง หรือทรัพย์สินใดที่พิสูจน์ได้ว่าได้มาจากการหลอกลวงแล้วนำไปซื้อคอนโด ที่ดิน หรือซุกซ่อนในบัญชีของผู้อื่น จะต้องถูกอายัดทั้งหมด สุดท้ายเมื่อศาลตัดสินว่าผู้ต้องหากระทำผิดจริงก็จะสั่งลงโทษพร้อมกับให้ผู้ เสียหายยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์ที่เสียหายไปได้ในลักษณะเฉลี่ยความทรัพย์” พ.ต.ท.ศันสนะ กล่าว
ที่มา – bangkokbiznews